พัฒนาการสมองเด็กแต่ละช่วงวัย เพื่อคุณแม่มือใหม่

view 4,362

  DHAPlus.png  
     
  จากการศึกษาทำให้เราพบว่า สมองจะมีการเจริญเติบโตสูงสุดในช่วง 1,365 วันแรกของชีวิต นั่นคือตั้งแต่ตอนอยู่ในครรภ์ถึง 3 ขวบปีแรก และเด็กทุกคนเกิดมามีจำนวนเซล์สมองแสนล้านเซลล์เท่ากัน แต่เมื่อโตขึ้นเด็กแต่ละคนกลับมีศักยภาพของสมองที่แตกต่างกัน ที่เป็นเช่นนี้เพราะเซลล์สมองขาดการเชื่อมต่อกันในช่วงเวลาที่สมองมีการเจริญเติบโตสูงสุด  
     
  ในช่วง 1,365 วันอันเป็นช่วงเวลาทองนี้ คุณพ่อคุณแม่จึงต้องให้ความสำคัญกับการสร้างการเชื่อมต่อของเซลล์สมองลูกให้เกิดขึ้นมากที่สุด  
     
  DHA PLUS ช่วยเชื่อมต่อเซลล์สมอง เพื่อเพิ่มศักยภาพการเรียนรู้ที่เหนือกว่า DHA เป็นกรดไขมันจำเป็นที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของสมองและจอประสาทตา รวมทั้งมีบทาทต่อการเชื่อมต่อของเซลล์ประสาทในสมองของเด็กที่ส่งผลต่อสติปัญญาและการเรียนรู้ของเด็กให้มีศักยภาพมากขึ้น  
     
  มีงาน 4 งานวิจัยทางการแพทย์พิสูจน์ว่า DHA ช่วยเชื่อมต่อเซลล์สมองให้พัฒนาศักยภาพสูงสุด 4 ด้าน อันเป็น 4 คุณลักษณะของอัจฉริยภาพ ซึ่งแต่ละด้านคุณพ่อคุณแม่สามารถส่งเสริมด้วยกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้เกิดการพัฒนามากยิ่งขึ้น  
     
 
  Article_633px_jan_2013_04.png Article_633px_jan_2013_05.png Article_633px_jan_2013_06.png Article_633px_jan_2013_07.png
 
     
  รู้จักคิด.png  
     
  การแก้ปัญหาเกิดจากการทำงานของสมองที่ประกอบด้วยการคิด การวิเคราะห์ การสังเกต ความเข้าใจเหตุและผล การวางแผน การจดจำ และมีสมาธิที่ดี ศักยภาพในการแก้ปัญหาของเด็กจะมีมากน้อยเพียงใด ขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดูและโอกาสในการเรียนรู้  
     
  เคล็ดลับการเชื่อมต่อเซลล์สมอง เพื่อต่อยอดการเรียนรู้ไร้ขีดจำกัด  
 
  • ใส่อุปสรรคหรือความท้าทายให้ลูกได้คิดแก้ไขผ่านการเล่น เช่น เมื่อเขาจะคลานไปเอาของเล่น เราก็อาจใช้หมอนกั้นไว้ให้เขาคิดหาทางไปเอาของเล่นนั้น เด็กบางคนอาจจะคลานทับหมอนไปเลย บางคนก็อาจจะแก้ปัญหาด้วยการคลานอ้อมหมอนไป หรือเล่นซ่อนของเล่น เพื่อให้ลูกคิดหาทางไปเอาของเล่นให้ได้ เป็นต้น
  • ให้ลูกเล่นเกมแก้ปัญหา เช่น เกมแก้ปมเชือก เกมหาทางออกจากเขาวงกต เป็นต้น
  • ฝึกให้ลูกได้ช่วยเหลือตัวเองในชีวิตประจำวันง่ายๆ ตามวัย เช่น การใส่เสื้อเอง ตักอาหารกินเอง เก็บของเล่นเอง เป็นพื้นฐานที่สำคัญในการฝึกการแก้ปัญหาให้ลูก เพราะลูกจะใช้ความคิดแก้ไขปัญหาจากงานที่ทำ
  • ตั้งคำถาม...ท้าให้คิดคำถามแบบปลายเปิด เป็นคำถามชวนให้คิด ไม่มีคำตอบที่ถูกหรือผิด แต่มีคำตอบที่หลากหลาย เสริมทักษะด้านการคิดวิเคราะห์ เรียนรู้ที่จะเชื่อมโยงข้อมูล และนำข้อมูลทั้งหมดที่รู้มาใช้หาคำตอบ...เป็นการฝึกทักษะการแก้ปัญหาต่าง ๆ
 
  top01.png  
     
  เห็นก่อน.png  
     
  การมองเห็นคือจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ เมื่อลูกมองเห็นได้ดี การเรียนรู้ก็ทำได้ดี เพราะสามารถใช้มือหยิบจับสิ่งรอบตัวได้มากขึ้น เมื่อเด็กใช้มือ ตา ทำงานประสานกันมากขึ้น เซลล์ประสาทประสานงาน ซึ่งจะคอยทำหน้าที่เป็นตัวกลาง ส่งกระแสประสาทจากเซลล์หนึ่งไปอีกเซลล์หนึ่ง ก็ทำหน้าที่ควบคู่ไปด้วย ทำให้เกิดการเชื่อมต่อระหว่างเซลล์  
     
  เคล็ดลับการเชื่อมต่อเซลล์สมอง เพื่อต่อยอดการเรียนรู้ไร้ขีดจำกัด  
 
  • ดูสิ่งกระตุ้นสายตา สำหรับลูกวัยทารกให้ลูกดูสิ่งของที่มีสีสันตัดกันอย่างชัดเจน เช่น แผ่นกระตุ้นสายตา ลูกบอล หรือโมบายล์สีสันสดใส เป็นต้น
  • ส่งเสริมการทำงานของมือ-ตา ให้ลูกใช้มือหยิบจับของเล่นที่เขาสนใจด้วยตัวเองบ่อยๆ เพื่อฝึกความแม่นยำและสายตาให้ลูกมากขึ้น หรือกระตุ้นให้ลูกมองตามของเล่นชิ้นโปรด เพื่อฝึกการคว้าจับ ช่วยให้การทำงานของมือและตาพัฒนามากขึ้น
  • ฝึกการสังเกต ขณะอ่านหนังสือด้วยกัน ชี้ให้ลูกดูรายละเอียดของภาพว่าใครทำอะไร ที่ไหน มีอะไรปรากฏในภาพบ้าง เป็นต้น เพื่อฝึกการใช้ตาสังเกสิ่งรอบข้างของลูก
  • ชวนลูกเล่นเกม Photo Hunt ที่ให้สังเกตความแตกต่างของภาพ เป็นต้น
  • ชวนลูกทำกิจกรรมศิลปะ เช่น ปั้นดินน้ำมัน วาดภาพ ระบายสี ที่ล้วนต้องใช้การทำงานร่วมกันของมือและตา
 
  top02.png  
     
  ฉลาดกว่า.png  
     
  ความฉลาดของเด็กเกิดจากการที่สมองทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เด็กที่ฉลาดจะมีการเรียนรู้ที่รวดเร็ว รับรู้ และเข้าใจสิ่งต่างๆ ได้ง่าย สามารถเชื่อมโยงเรื่องราวต่างๆ ได้ดี  
     
  เคล็ดลับการเชื่อมต่อเซลล์สมอง เพื่อต่อยอดการเรียนรู้ไร้ขีดจำกัด  
 
  • ชวนลูกเล่น เช่น เล่นต่อบล็อก เล่นก่อกองทราย ฯลฯ ที่ช่วยให้เขาได้คิดว่าจะต่อออกมาอย่างไรให้ได้ตามใจคิด 
  • ชวนลูกประดิษฐ์ของเล่นจากของใกล้ตัว เช่น ทำรถลากจากขวดพลาสติก ทำบ้านจากกล่องกระดาษ เป็นต้น
  • เลือกของเล่นแบบ...ปลายเปิด ของเล่นปลายเปิด หมายถึงของเล่นที่ไม่มีรูปแบบการเล่นที่เจาะจง ลูกจะได้ใช้จินตนาการสร้างสรรค์เต็มที่ เช่น ต่อบล็อกไม้เป็นรูปต่าง ๆ ปั้นแป้งโดว์ การเล่นในบ่อทราย แม้แต่สิ่งของใกล้ตัวในบ้านก็นำมาเล่นสนุกได้ เช่น กะละมัง ถัง กล่อง เป็นต้น
  • สนุกที่มือ ฉลาดที่สมอง ฝึกให้ลูกใช้มือทั้งสองข้างในการเล่น หรือทำกิจวัตรประจำวัน เช่น หยิบของเล่นเอง ทานข้าวเอง ฝึกติดกระดุม โยนลูกบอล ให้ลูกได้มีโอกาสสัมผัสธรรมชาติ ดิน หิน ทราย เพื่อเรียนรู้ถึงความแตกต่างของผิวสัมผัส เพราะมีผลโดยตรงต่อการเชื่อมต่อของเซลล์สมอง
 
  top03.png  
     
  รู้ภาษา.png  
     
  พัฒนาการทางภาษาส่งผลต่อพัฒนาการด้านอื่นๆ โดยรวมของเด็ก เพราะภาษาช่วยเสริมสร้างความสามารถในการคิด และการแก้ปัญหา ทั้งยังช่วยในการแสดงออกทางอารมณ์และความรู้สึกอีกด้วย การได้ฝึกบ่อยๆ การได้รับการป้อนข้อมูลซ้ำๆ เป็นกระบวนการสอนให้ลูกเรียนรู้ได้ว่า เรื่องราวที่พูดคุยกันอยู่คือเรื่องอะไร ข้อมูลเหล่านี้จะบรรจุอยู่ในเครือข่ายเส้นใยสมอง ทำให้ลูกจดจำสิ่งที่พูดคุยกันได้ เกิดความเข้าใจในความหมายของภาษา  
     
  เคล็ดลับการเชื่อมต่อเซลล์สมอง เพื่อต่อยอดการเรียนรู้ไร้ขีดจำกัด  
 
  • พูดคุยกับลูกบ่อยๆ โดยการออกเสียงให้ช้าๆ ชัดเจน และมองหน้าลูกขณะที่พูดกับเขา เพื่อให้ลูกได้เลียนแบบการพูด
  •  นิทาน สานสัมพันธ์ใกล้ชิดพ่อแม่ลูก การที่พ่อแม่อ่านหนังสือบทกลอนสั้น ๆ หรือเล่านิทานให้ลูกฟัง เป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่าสำหรับลูก โดยเฉพาะความอบอุ่น และความสุขที่ลูกได้รับจากน้ำเสียง และสัมผัสของคุณพ่อคุณแม่ขณะฟังเรื่องราว พัฒนาทักษะภาษา เรียนรู้คำใหม่ ๆ การฟัง การมองเห็น การจดจำและลำดับเรื่องราว
  • คำถาม “ทำไม...” ต่อยอดการเรียนรู้ คำถามซึ่งแสดงความอยากรู้ อยากเห็น คุณพ่อคุณแม่เพียงอธิบายง่าย ๆ หรือลองถามกลับบ้าง..เพื่อต่อยอดความสนใจ หรือแนะนำลูกให้ลองถามคำถามนี้กับผู้อื่นบ้าง เพื่อให้ได้คำตอบที่หลากหลาย ส่งเสริมพัฒนาการด้านการสื่อสารให้กับลูกด้วย
  • เพลงและดนตรีแสนหรรษา สร้างเสียงและจังหวะกับกิจกรรมต่างๆ เช่น เวลาเปลี่ยนผ้าอ้อมให้ลูก ก็ร้องเพลงเกี่ยวกับการเปลี่ยนผ้าอ้อมให้ลูก อาจจะเป็นกลอนสั้นๆ แล้วใส่เสียงสูงต่ำแบบการร้องเพลงเข้าไป หรือเปิดเพลงชนิดต่างๆ ให้ลูกฟังบ้าง เช่น บางวันอาจจะเป็นลูกทุ่ง บางวันเป็นเพลงบรรเลง หรือเพลงป๊อปยอดฮิตทั่วไป นักวิจัยค้นพบว่าการให้ลูกมีโอกาสเรียนรู้เกี่ยวกับจังหวะดนตรีมีความเกี่ยวพันกับการเรียนรู้เรื่องคณิตศาสตร์ของลูกในอนาคต   
 
  top04.png  
     
     
  คุณพ่อคุณแม่สามารถพบกับเคล็ดลับเชื่อมต่อแสนล้านเซลล์สมอง ต่อยอดการเรียนรู้ไร้ขีดจำกัดให้ลูกน้อยได้อีกมากมายในงาน Enfa Brain Expo ในวันที่ 28 ก.พ.- 4 มี.ค. (จ.เชียงใหม่) และวันที่ 21-24 มี.ค. (จ.สุราษฏร์ธานี)   
     
  loop_01_573_No.png  
        
https://mjn.enfababy.com:443/%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A2/%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%A2